- ปฏิบัติธรรม วัดถ้ำเขาวง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา (8)
- ทริปนี้ "มันส์ ติดเม้าท์" ในคืนฝนพรำที่ อช.แม่เมย อช.ลานสาง ตากสิน อช.แม่วงก์ ช่องเย็น (6)
- เมื่อไม่ได้ไปเที่ยวก็เปลี่ยนเป็นปฏิบัติธรรม (5)
- กลางดงควันปืน ตอนที่ 1 เสาร์ 5 (พ.ศ.2519) (3)
- ไปสงกรานต์เล่นน้ำ...เอ่อ....เอ่อ....เอ่อ....น้ำเอ่อ (6)
- (โหมดซึ้ง) ลูกศิษย์ยุคใหม่ส่งSMSกราบอวยพรวันครู (4)
- โปรแกรมควบคุมอาหาร 13 วัน (8)
- ร้อง เต้น เป็น เรื่อง ตอนที่ 1 The Sound of Music (1965) (1)
- ณ ที่นี่มีรัก ตอนที่ 6 My Best Friend’s Wedding (1997) (2)
- ไข่เจียว........สูตรเด็ด (9)

![]() | Today | 8 |
![]() | Yesterday | 94 |
![]() | This week | 300 |
![]() | Last week | 521 |
![]() | This month | 526 |
![]() | Last month | 2829 |
![]() | All days | 24444 |
Your IP: 38.107.191.96
,
Today: 08 กันยายน 2010
มันส์...กับจันทร์เจ้าเอ๋ย
สั่นประสาทกับปุปปับทัวร์-ทริปถ้ำธารลอด
สั่นประสาทกับปุปปับทัวร์-ทริปถ้ำธารลอด

เรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอ่านเรื่องผีๆ(แต่คนเล่า เล่าได้แต่ไม่อ่าน ฮ่าๆ)
เรื่องมีอยู่ว่า ปุปปับทัวร์ทริปนี้ ห้วยแม่ขมิ้น-ถ้ำธารลอด เมื่อวันที่ 20-22 พฤศจิกายน 2552
กำหนดการค้าง 2 คืน ห้วยแม่ขมิ้น 1 คืน และถ้ำธารลอด 1 คืน นอนบ้านพักอุทยานฯทั้ง 2 คืน
สว.เกินจะกางเต้นท์แล้ว ฮา
คืนแรกผ่านพ้นไปด้วยดีนอนหลับสบายใจริมน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนอกจากปวดฉี่

คืนที่ 2 เราเดินทางข้ามเขาอันน่าพิศวงและใจระทึก ถนนเรียบกริบแต่ใจเต้นตึกตักโครมคราม
เพราะเนื่องจากเราใช้เส้นทางที่ไม่มีในแผนที่(ที่มีอยู่ในรถ) และน้ำมันจะหมด และ ไม่รู้จุดหมายปลายทาง
ไม่มีใครใช้ถนนเส้นนั้น มีรถวิ่งสวนมาเพียง 2 คัน และถนนค่อนข้างรถร้าง หญ้าข้างทางเริ่มคลุมถนน แต่ยังใหม่กิ๊กอ ยู่
การเดินทางอันยาวนานนั้นสร้างความโล่งใจเมื่อได้เจอบ้าน 1 หลัง และบังเอิญมีน้ำมันจึงขอแบ่งมาบ้างและได้รับคำตอบว่า ใกล้จะถึงแล้ว
เรามาถึงที่ถ้ำธารลอดมืดตึ๊ดตื๋อ มองไม่เห็นอะไร
ผ่านป้อมยามที่ไร้ผู้คน เข้ามาที่สำนักงานที่ว่างเปล่า และเข้ารถเข้าไปบริเวณบ้านพักอุทยาน ไม่เจอใครสักคน
ตัดสินใจขับต่อไปที่สำนักงานด้านในเพียงหวังว่าจะเจอใครสักคน ในที่สุดก็....เจอ ชายแต่งกายชุดลายพราง 1 คนกำลังเชิญธงชาติลง
เพียงแค่หกโมงเย็น แต่ทำไมมันมืดและวังเวงจัง รอบด้านเงียบกริบและไม่มีแสงไฟ มีแสงลอดออกมาจากสำนักงานให้พอมองเห็นหน้ากันบ้าง
และแสงไฟจากหน้ารถที่ส่องพุ่งเข้าไปในป่า ทำให้ไม่ถึงกับมืดสนิทนัก
พวกเราไปติดต่อขอกุญแจบ้านพัก และเจ้าหน้าที่คนนั้นก็นำทางไป พี่คนนึงถามว่าหลังไหน ได้รับคำตอบเพียง "หึ หึ...!!!"
เจ้าหน้าที่ชุดลายพรางคนนั้นจอดที่หน้าบ้านพักหลังนึงแล้วชี้ให้ดูแล้วก็ขับรถจากไป
พวกเราจึงจัดการขนของ ท่ามกลางอากาศที่หนาวยะเยือก จากนั้นพวกเราได้ขับรถออกไปเพื่อจะไปหาอาหารเย็นกินกันด้วยความหิวโหย
และกลับมายังบ้านพักเพื่อพักผ่อนจากการเดินทางอันยาวนานและสมบุกสมบันกันมาพอสมควร
มีน้ำอุ่นให้อาบ มีไฟฟ้าให้ใช้ แต่หัวใจมันสั่นๆไงพิกล
หลังอาบน้ำก็มารวมตัวกันกินขนม ดื่มน้ำแดงๆ และคุยกันอย่างง่วงแต่ไม่มีใครคิดจะไปนอน
มีเพียงเราที่ทนความง่วงไม่ไหวขอตัวไปนอนในห้องเพียงลำพัง
เมื่อล้มตัวลงนอนก็ยังไม่กล้าปิดไฟ นอนเปิดไฟดีกว่า แต่หาผ้ามาปิดตาแทน
พอนอนปุ๊บ มีอันต้องขนลุกซู่ เอ๊ะสงสัยจะหนาว เอาเสื้อกันหนาวมาใส่อีกตัวดีกว่า แล้วก็ห่มผ้านอนต่อ
ปิดตาปั๊บ...ดวงตาหลายคู่จ้องมองมา ฮึ๋ย อะไรหว่า เปิดตา เอ๊ะ ห้องยังสว่างไสว ไม่มีอะไร สงสัยง่วงจัด
ปิดตาปั๊บ...อะไรหว่ามายืนจ้องอยู่ปลายเตียง ขนลุกซู่ตั้งกะเท้าจรดหัว เปิดตาใหม่ ไม่มีอะไรนี่หว่า
ปิดตาใหม่...คราวนี้นอนท่องบทสวดมนต์ไปด้วย คราวนี้ใครมายืนรอบเตียงไปหมดหว่าเนี่ย เกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ขนลุกซู่ๆ
นอนไม่ได้แย้ว อุ้มตุ๊กตา วิ่งออกจากห้องไปนั่งเลิกลั่ก
เพื่อนถามบอกนอนไม่หลับ เลยมานั่งกินขนมต่อ ฮา

นั่งได้สักพัก ง่วงก็ง่วงเหนื่อยก็เนื่อย จนจะสัปหงกแล้ว พี่จุ๋มก็ชวนไปนอนกันเถอะ อือ มีเพื่อนนอนแระ คงไม่เป็นไรมั๊ง
ก็ไปนอนอีกรอบ แต่รู้สึกว่าต้องไปทำอะไรดีกว่า จึงไปคว้า ยาชัดดาวน์(ยานอนหลับนั่นแหล่ะ)
กินแล้วนอนลืมตาสักพัก ง่วงจนไม่ไหวแล้วใส่ที่อุดหู เอาผ้าปิดตาให้สนิทๆ หลับแบบปิดเครื่องยันตี 4
ปวดฉี่ นอนกระสับกระส่ายนิำดหน่อยไม่กล้าไปฉี่ ทำไงดีว๊า
ในที่สุด ดาริก็ลุกขึ้นมา แล้วก็ไปห้องน้ำ รอจนออกมาจากห้องน้ำรีบเข้าต่อแล้วมานอน
คราวนี้อุ่นใจเพื่อนมานอนครบ 4 คนหลับลงอย่างง่ายดายยันเช้า

เห็นสว่างสไวนั่งดื่มกาแฟอุ่นๆกัน จึงมาเล่าให้ทุกคนฟังว่า รู้สึกเหมือนมีใครมายืนจ้องที่ปลายเตียงตลอดเวลา
และมีสายตาใครแอบมองอยู่ที่หน้าต่าง ซึ่งม่านหน้าต่างมันลอยขึ้นมาประมาณ 5 เซ็นต์ มันไม่ได้ปิดสนิท
หญิงจึงเล่าให้ฟังด้วยคว่าหลับตาครั้งได้ก็เจอยืนอยู่ที่หน้าประตูข้างปลั๊กไฟ ตัวเงาๆดำๆ
ซึ่งจุดที่ยืนนั่นก็ตรงกะปลายเตียงเราพอดี
เอาล่ะซิ อะไรกันนี่
จนหญิงไม่กล้าหลับตา หลับตาทีไรเห็นทุกที ก็เลยนอนลืมตาโพลงอยู่อย่างนั้น
ส่วนดาริก็บอกว่าหลับสบายมากไม่มีอะไรมาแผ้วพาน
เห็นพี่เป๋ามาเข้าห้องน้ำ 2 หน แต่ไม่ปวดก็เลยไม่ไปเข้า
ไอ้เราก็มองหน้าตอบไปว่า "พี่ไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำเลยสักหน" นอกจากตอนที่ดาริตื่นก็เลยตามไปเข้าด้วย
ถามหญิงกะพี่จุ๋มก็นอนรวดเดียวไม่ได้ตื่นไปเข้าห้องน้ำเช่นกัน
เอาล่ะซิ!!!
ใครเปิดและปิดประตู!!!
ดาริบอกว่ามีเสียงเปิดประตูแอ๊ดดด และก็มีแสงจากระเบียงสาดมาที่เตียง และมีเสียงปิดตึง
ใครมาเปิดและปิดประตู
จึงถามผู้ชายว่ามาแอบเปิดประตูหรือเปล่า
ห้องผู้ชายบอก ไม่มีใครตื่นมาเลยสักคน
เอาล่ะซิ!!! ใครเปิดปิดประตู 2 รอบ
หญิงตอบว่า ไม่มีทางเปิดจากข้างนอกได้ เพราะหญิงล๊อคประตู่ก่อนนอนเป็นคนสุดท้าย
อืม.....ใคร
ส่วนห้องผู้ชายมิได้น้อยหน้า
ฟ้ากางบอกว่าหลับๆตื่นๆ ได้ยิ่นเสียงกำไลกุ๊งกิ๊ง กุ้งกิ๊ง พวกผู้หญิงใส่กำไลนอนไม่ยอมถอด ไม่รำคาญเหรอ
พวกผู้หญิงบอกว่า ไม่มีใครใส่กำไลนอนเลยสักคน ถอดออกหมดเพราะมันรำคาญ
แล้วฟ้ากางจะมาได้ยินเสียงกำไลกุ๊งกิ้งทั้งคืนได้อย่างไร
ส่วนพี่ไอค์ก็ไม่เป็นอันหลับอันนอน มีใคร!!มาเดินวนรอบเตียงทั้งคืนเหมือนกัน
หลับตาลงครั้งใด ก็จะมีสายตาอีกคู่จ้องมองมาตลอดเวลา เลยได้แต่หลับๆตื่นๆ
จะมีแค่เพียง 2 คนที่หลับสบายคือ ป๋า(ปู่อุปฯ)และพี่จุ๋ม(ปลาพะยูน)เท่านั้น
มันคืออะไร และมันคือใคร ยังหาคำตอบไม่ได้!!!!
ยังไม่จบ
มาต่อกันที่ถ้ำธารลอดใหญ่ที่เราไปมาตอนเย็นก่อนที่จะมาถึงที่พักในอช.ที่ธารลอดน้อย
เราได้ไปเดินชมความงาม ความใหญ่โตอลังการของถ้ำธารลอดใหญ่

ทุกคนเดินแถวนำไป มีแต่เพียงเราที่รั้งท้ายเพราะมัวแต่ถ่ายรูปอยู่
เมื่อเดินไปถึงกลางสะพานและถ่ายรูปถ้ำใหญ่
สะพานก็สั่นและเขย่าจนน่ากลัว จนเราต้องจับราวสะพานไว้
แต่ก็เพียงแป๊บเดียว
พี่ไอค์ตะโกนคุยอะไรไม่รู้หลายครั้งมาก แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงพี่ไอค์
เสียงลม เสียงน้ำซู่ซ่า อื้ออึงไปหมด
ก็เลยตะโกนบอกไปว่าไม่ได้ยิน
ก็ไม่ได้คิดอะไร
คิดว่าคงจะเวียนหัวจากการนั่งรถ
และก็เสียงลมจากช่องเขา เสียงน้ำจากธารลอดที่ไหลผ่าน
จึงเดินตามเพื่อนๆไปและก็ชมความงามอย่างสนุกสนาน
ถ่ายรูปกันอย่างเมามันส์
และเมื่อถึงเวลาที่เดินกลับ
และข้ามสะพานนั้นอีกครั้ง
จึงสังเกตว่า เราได้พูดคุยและส่งเสียงพูดแบบธรรมดาๆกับเพื่อนที่ข้ามไปอีกฝั่งนึงได้อย่างปกติ
ไม่มีเสียงลมอื้ออึง ไม่มีเสียงน้ำซู่ซ่าแต่ประการใด
มีแต่เสียงลมเบาๆและน้ำไหลรินธรรมดา และพูดคุยกันธรรมดาก็ได้ยิน
และก็ได้สังเกตว่าบริเวณนั้นมีภาพเขียนโบราณ รูปพญานาคสีเขียวอยู่ด้วย

ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
แก้ไขล่าสุด (ศุกร์, 27 พฤศจิกายน 2009 14:43)












คอมเมนต์
แหะๆ รูปที่ออกจากถ้ำ ธารลอดก่อนเดินไ ปน้ำตก
หน้าตานู๋บ่งบอก ว่ายิ้มไม่ออกเอ ามากๆ
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds